“อนุทิน” บุกบูธ สหฟาร์ม โชว์ศักยภาพไก่ไทย ขับเคลื่อนสู่อาหารโลก

“อนุทิน” บุกบูธ สหฟาร์ม โชว์ศักยภาพไก่ไทย ขับเคลื่อนสู่อาหารโลก

สหฟาร์ม ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมสัตว์ปีกไทย ประกาศความสำเร็จกลางงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 หลังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเข้าเยี่ยมชมบูธ พร้อมโชว์นวัตกรรมการผลิตมาตรฐานสากลเพื่อผลักดัน Soft Power อาหารไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

บิ๊กขยับขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับอาหารไทยสู่สากล

การปรากฏตัวของผู้นำระดับสูงของรัฐบาลในงานแสดงสินค้าอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียอย่าง THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย การเดินเยี่ยมชมบูธของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการให้กำลังใจผู้ประกอบการไทย แต่ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ความพร้อมของประเทศในการเป็น “ครัวของโลก” อย่างแท้จริง ท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารและการแข่งขันที่รุนแรงในเวทีการค้าระหว่างประเทศ

ในโอกาสนี้ คณะผู้บริหารระดับสูงของ บริษัท สหฟาร์ม จำกัด นำโดย ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายการตลาดต่างประเทศ บัญชี และการเงิน ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นพร้อมทั้งนำเสนอวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจ การพบปะกันครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ของการร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการผลักดันอุตสาหกรรมส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมเข้ามาตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก

งาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 บูธเลขที่ 1-UU29 กลายเป็นเวทีสำคัญที่สหฟาร์มได้แสดงศักยภาพการเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพสูง การเข้าร่วมงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจและเจรจาการค้าร่วมกับคู่ค้าจากทั่วทุกมุมโลก แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศว่า ผลิตภัณฑ์จากประเทศไทยมีกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน

สหฟาร์มโชว์นวัตกรรมมาตรฐานโลก ชูไฮไลท์ผลิตภัณฑ์พรีเมียม

ยุทธศาสตร์หลักของสหฟาร์มในการบุกตลาดโลกปีนี้ คือการนำเสนอนวัตกรรมการผลิตที่ทันสมัยควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารในระดับสากล ทางบริษัทได้พัฒนาสายการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ทุกชิ้นมีความสด สะอาด และปลอดสารเร่งเติบโต การนำเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ในโรงงานแปรรูปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความสูญเสีย และช่วยควบคุมต้นทุนการดำเนินงานท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก

“สหฟาร์มมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพและนวัตกรรมการผลิตมาตรฐานระดับสากล เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่เวทีโลก” ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายการตลาดต่างประเทศ บัญชี และการเงิน บริษัท สหฟาร์ม จำกัด

ภายในบูธสหฟาร์มได้มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่เป็นไฮไลท์สำคัญ อาทิ กลุ่มผลิตภัณฑ์เนื้อไก่สดแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์แปรรูปพร้อมทานที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตอันเร่งรีบของคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่าง “Grilled Catfish Fillet” หรือปลาดุกย่างเนื้อนุ่มปรุงรสสไตล์ญี่ปุ่น รวมถึงนวัตกรรมไก่ที่เลี้ยงด้วยสารอาหารจากธรรมชาติ ซึ่งได้รับความสนใจจากคู่ค้าต่างชาติเป็นอย่างมากเนื่องจากกระแสความต้องการอาหารฟังก์ชันและอาหารเพื่อสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ความสำเร็จของการแสดงสินค้าในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า สหฟาร์มมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มตลาดใหม่ๆ ที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ภูมิภาคตะวันออกกลาง ยุโรป และเอเชียตะวันออก โดยบริษัทมุ่งหวังว่าการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปของไทย และทำให้อาหารไทยกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในใจของผู้บริโภคยุคใหม่ทั่วโลก

วิเคราะห์ทิศทางอุตสาหกรรมอาหารไทย ก้าวต่อไปสู่ความยั่งยืน

การเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารไทยหลังจากนี้จำเป็นต้องพึ่งพาปัจจัยด้านเทคโนโลยีและความยั่งยืนเป็นแกนหลัก การที่สหฟาร์มชูแนวคิดนวัตกรรมการผลิตมาตรฐานสากลเป็นสิ่งสะท้อนว่า ภาคเอกชนไทยไม่ได้มองแค่ผลกำไรในระยะสั้น แต่กำลังปรับตัวเพื่อรองรับกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะเป็นกำแพงภาษีรูปแบบใหม่ในการส่งออกสินค้าไปยังกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว

นอกจากความท้าทายด้านมาตรการทางการค้าแล้ว การแข่งขันจากประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอาเซียนและอเมริกาใต้ก็เป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งสร้างความแตกต่าง ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value-added Products) และสินค้าที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน เช่น สินค้ากลุ่ม Cage-Free หรือการปศุสัตว์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะกลายเป็นอาวุธสำคัญที่ช่วยให้ไทยรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดและสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

บทสรุปของการเข้าร่วมงาน THAIFEX 2026 ของสหฟาร์มในครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณบวกที่ชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมอาหารไทยยังมีอนาคตที่สดใส การสนับสนุนจากภาครัฐควบคู่ไปกับความเชี่ยวชาญและความมุ่งมั่นของภาคเอกชน จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยยกระดับห่วงโซ่อุปทานภาคการเกษตรของไทย ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจฐานราก เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศอย่างมหาศาลในอนาคตอันใกล้

#สหฟาร์ม #THAIFEX2026 #อนุทินชาญวีรกูล #ส่งออกไก่ไทย #อุตสาหกรรมอาหาร #SahaFarms #นวัตกรรมอาหาร #เศรษฐกิจไทย

Related Posts