วิกฤตเงียบ ชายแดนใต้ สุขภาพจิตเด็กดิ่งพุ่ง-หัดระบาดหนัก

วิกฤตเงียบ ชายแดนใต้ สุขภาพจิตเด็กดิ่งพุ่ง-หัดระบาดหนัก

เมื่อความรุนแรงไม่ได้ทำลายแค่โครงสร้างทางกายภาพ แต่กำลังกัดกินอนาคตของชาติ ผ่านบาดแผลทางจิตใจของเยาวชนและระบบสาธารณสุขที่เปราะบางในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

สถิติบ่งชี้วิกฤตสุขภาพจิตและโรคระบาดในกลุ่มเด็กเยาวชน

สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัด ชายแดนใต้ ในรอบปี 2568 ที่ผ่านมา ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องด้วยจำนวนเหตุการณ์สูงถึง 503 เหตุการณ์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทว่า สิ่งที่น่ากังวลใจยิ่งกว่าสถานการณ์ความมั่นคงทางกายภาพ คือ “วิกฤตเงียบ” ด้านสาธารณสุขและสุขภาวะทางจิตใจของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับภาวะดิ่งลงของสุขภาพจิตอย่างรุนแรงและอัตราการแพร่ระบาดของโรคติดต่อที่น่าตกใจ

ข้อมูลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนระบุว่า อัตราการพยายามฆ่าตัวตายของประชากรในพื้นที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 91 รายในปี 2567 มาอยู่ที่ 392 รายในปี 2568 สถิติดังกล่าวสอดคล้องกับผลงานวิจัยเชิงสำรวจในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 10 แห่งในจังหวัดปัตตานี ซึ่งพบตัวเลขที่น่าตระหนกใจว่า มีกลุ่มตัวอย่างนักเรียนถึงร้อยละ 10 ที่เคยมีความคิดอยากฆ่าตัวตายในช่วงเดือนที่ผ่านมา และมีจำนวนสูงถึงร้อยละ 24 หรือเกือบ 1 ใน 4 ของเด็กเยาวชนทั้งหมดที่ระบุว่าเคยคิดอยากฆ่าตัวตายมาแล้วครั้งหนึ่งในชีวิต

นอกเหนือจากมิติด้านจิตเวชแล้ว ระบบสาธารณสุขพื้นฐานในพื้นที่ยังส่งสัญญาณอันตรายเมื่อจังหวัดยะลาและปัตตานีกลายเป็นพื้นที่ที่มีผู้ป่วยโรคหัดสูงที่สุดในประเทศไทย อันเนื่องมาจากอัตราการเข้าถึงและการฉีดวัคซีนขั้นพื้นฐานของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ปัญหาเหล่านี้เกิดจากความทับซ้อนทางบริบทของความเชื่อทางศาสนา วัฒนธรรมท้องถิ่น และความหวาดกลัวต่อการเข้าถึงบริการของรัฐภายใต้บรรยากาศการบังคับใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง

ผลกระทบเชิงโครงสร้างและการขาดกลไกเยียวยาที่เป็นระบบ

ความเชื่อมโยงระหว่างการเผชิญหน้ากับความรุนแรงเรื้อรังและการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงทั้ง 3 ฉบับในพื้นที่ ได้สร้างสภาวะความตึงเครียดสะสมให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างสตรีและเด็กที่ขาดช่องทางการสื่อสารและการเยียวยาทางจิตใจที่เหมาะสม กระบวนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในปัจจุบัน แม้จะมีความพยายามขับเคลื่อนผ่านศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) แต่ในทางปฏิบัติยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านความล่าช้าของขั้นตอนทางราชการและระเบียบปฏิบัติที่ขาดความคล่องตัว

ผลกระทบทางอ้อมจากการตรวจดีเอ็นเอ และการควบคุมตัวเพื่อซักถามตามกฎหมายพิเศษ ไม่เพียงแต่สร้างความหวาดระแวงให้แก่คนในชุมชน แต่ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องทางจิตวิทยาต่อบุตรหลานของครอบครัวที่ถูกตรวจสอบ สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความกดดันส่งผลให้สถานศึกษาและสถาบันครอบครัวในชายแดนใต้ตกอยู่ในภาวะเปราะบาง และสูญเสียขีดความสามารถในการคัดกรองหรือฟื้นฟูสภาพจิตใจของเยาวชนได้อย่างทันท่วงทีเนื่องจากขาดแคลนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ

หากวิกฤตด้านสุขภาวะและโรคระบาดในเด็กเล็กยังไม่ได้รับการแก้ไขเชิงระบบอย่างเร่งด่วน พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเผชิญกับปัญหาสังคมและเศรษฐกิจที่รุนแรงในอนาคต จากการที่ประชากรรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับภาวะบาดแผลทางจิตใจสะสม และปัญหาทางกายภาพจากการเจ็บป่วยด้วยโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ซึ่งจะกลายเป็นกำแพงขวางกั้นโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษาที่เท่าเทียม

ข้อเสนอแนะเพื่อทางออกและการขับเคลื่อนอนาคตชายแดนใต้

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ยื่นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาลเพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ในพื้นที่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างแท้จริง โดยมุ่งเน้นการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายความมั่นคง และผู้นำองค์กรศาสนาในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประโยชน์ของการฉีดวัคซีนป้องกันโรค โดยต้องเคารพและปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบททางวัฒนธรรมและความเชื่อท้องถิ่นอย่างละมุนละม่อม

นอกจากนี้ การจัดตั้งคณะกรรมการแทนพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ถูกตั้งความหวังว่าจะสามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในมิติของสุขภาวะและกระบวนการยุติธรรมที่เป็นรูปธรรม โดย กสม. เสนอให้ปรับเปลี่ยนการทำงานด้านภัยพิบัติและวิกฤตทางสังคมแบบพุ่งเป้า ไปที่กลุ่มเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบางในท้องถิ่น พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณและเครื่องมือให้แก่กลไกส่วนท้องถิ่นในการเยียวยาสุขภาพจิตเชิงรุก

“เหตุการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดของพวกเรานั้น..ผมอยากจะให้ข้อคิดกับรัฐบาล… เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ… ในเรื่องของกระทรวงสาธารณสุขในการดูแลเรื่องสุขภาพจิตอะไรต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ตรงนี้” ผศ.สุชาติ เศรษฐมารินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

#วิกฤตชายแดนใต้ #สุขภาพจิตเด็ก #โรคหัดระบาด #สิทธิมนุษยชน #สาธารณสุขชุมชน #สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ #TheReporterAsia

Related Posts