บริษัท โทฟุซัง จำกัด ประกาศเดินเกมรุกตลาดนมพาสเจอร์ไรส์โปรตีนสูง เปิดตัว 5 หนุ่มวง “PERSES” สื่อบันเทิงชื่อดังนั่งแท่นพรีเซนเตอร์อย่างเป็นทางการครั้งแรกของแบรนด์ “Sunshine Dairy” มุ่งปลุกกระแสสร้างการรับรู้ (Brand Awareness) และสร้างคอมมูนิตี้คนรักสุขภาพที่เข้าถึงได้ทุกกลุ่มวัย พร้อมกางโรดแมปการลงทุนขยายโรงงานครั้งใหญ่กว่า 400 ล้านบาท รองรับดีมานด์ตลาดโปรตีนที่เติบโตแบบก้าวกระโดดต่อเนื่อง
กลยุทธ์จับมือ T-POP ปลุกแบรนด์ใหม่สร้างคอมมูนิตี้คนรักสุขภาพ
บริษัท โทฟุซัง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโปรตีนสูงรายใหญ่ของประเทศไทย ได้สร้างความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ด้วยการเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “Enjoy Your Daily อร่อยได้ทุกวัน ดื่มได้ทุกวัย” เพื่อผลักดันแบรนด์ “Sunshine Dairy High Protein” นมวัวไฮโปรตีนสูตรแลกโตสฟรีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง การเดินเกมการตลาดในครั้งนี้ถือเป็นการฉีกกรอบความเชื่อเดิมของบริษัทที่เคยเน้นการพัฒนาตัวสินค้าเป็นหลักโดยไม่เน้นการทำโฆษณาผ่านสื่อสารมวลชน แต่เนื่องจาก Sunshine Dairy เป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งทำตลาดได้ราว 2 ปี จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างการรับรู้เพื่อให้แบรนด์มีความชัดเจนในใจของผู้บริโภคมากขึ้น
การตัดสินใจดึงศิลปินบอยแบนด์วง “PERSES” เข้ามาเป็นพรีเซนเตอร์อย่างเป็นทางการนั้น เกิดจากการเล็งเห็นถึงกระแสความนิยมของอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงและวงการ T-POP ในประเทศที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทางแบรนด์พบว่าตัวศิลปินเองมีความผูกพันกับผลิตภัณฑ์จากการบริโภคจริงในชีวิตประจำวัน ประกอบกับคาแรคเตอร์ของวงที่มีความแข็งแรง สดใส และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันของสมาชิกทั้ง 5 คน ซึ่งสอดรับกับตำแหน่งทางการตลาด (Brand Positioning) ของ Sunshine Dairy ที่ต้องการส่งมอบพลังงานและความแข็งแรงให้แก่กลุ่มเป้าหมายในฐานะนวัตกรรมเครื่องดื่มโปรตีน
เป้าหมายสูงสุดของแคมเปญนี้จึงไม่ใช่เพียงการมุ่งหวังยอดขายในเชิงตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้าง “คอมมูนิตี้” (Community) ของคนรุ่นใหม่และผู้รักสุขภาพที่มีความหลากหลาย ทางโทฟุซังตั้งใจให้การจับมือกันครั้งนี้เป็นการเติบโตไปพร้อมๆ กันระหว่างแบรนด์ที่กำลังขยายตัวและวงศิลปินที่กำลังสร้างฐานแฟนคลับ โดยอาศัยความหลากหลายของคาแรคเตอร์พรีเซนเตอร์ในการเชื่อมโยงสินค้าที่มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเข้ากับกลุ่มผู้บริโภคที่กว้างขึ้น ตั้งแต่กลุ่ม Gen Z, Gen Y ไปจนถึงกลุ่ม Alpha
“ในฝั่งบริษัท เราไม่ค่อยทำโฆษณา เราไม่ค่อยทำแมสมีเดียเท่าไหร่ ด้วยเหตุผลหลักๆ ที่เราเชื่อของต้องดี พอเราเชื่อว่าของต้องดีเราก็อยากจะเอาเงินทั้งหมดที่เรามีใส่เข้าไปในของ แต่พอเราขยับมาในฝั่งของ Brand Awareness เนื่องด้วยเป็นแบรนด์ใหม่เพิ่งลอนช์สู่ตลาดไฮโปรตีนได้ประมาณปีกว่าๆ 2 ปี เราก็มองว่า Awareness ไหนที่น่าจะเหมาะ แน่นอนที่สุดเราอยากสนับสนุน T-POP อยู่แล้ว แล้วปรากฏว่าน้องๆ เองก็กินแบรนด์ของเราอยู่แล้ว เราก็พบว่ามันแมทช์ด้วยคาแรคเตอร์ของวง ความแข็งแรง รวมถึง Position ของแบรนด์ จึงเลือกทำงานร่วมกับ PERSES” — คุณสุรนาม พานิชการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โทฟุซัง จำกัด
เจาะลึกตลาดโปรตีนแสนล้านและอานิสงส์เทรนด์สังคมสูงวัย
ตลาดผลิตภัณฑ์โปรตีนในภาพรวมของประเทศไทยมีการเติบโตในอัตราที่สูงถึง 30-40% ติดต่อกันมานานหลายปี จนกระทั่งปัจจุบันมูลค่าตลาดรวมพุ่งสูงไม่น้อยกว่า 4,000 ถึง 6,000 ล้านบาท ปัจจัยเร่งสำคัญที่ขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตอย่างยั่งยืนมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ซึ่งคนกลุ่มนี้มีความจำเป็นต้องบริโภคโปรตีนให้เพียงพอเพื่อรักษาและคงสภาพมวลกล้ามเนื้อไม่ให้ลดน้อยลงไปตามวัย
จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า คนส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสัดส่วนโปรตีนในอาหาร เช่น การเข้าใจผิดว่าเนื้ออกไก่หนัก 200 กรัมจะมีปริมาณโปรตีน 200 กรัม ทั้งที่ในความเป็นจริงอาจมีโปรตีนอยู่เพียง 30-40 กรัมเท่านั้น โทฟุซังจึงเล็งเห็นโอกาสในการเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ด้วยการให้ความรู้แก่สาธารณชน (Customer Education) และนำเสนอ Sunshine Dairy เป็นทางเลือกในการเติมโปรตีนที่สะดวกและมีคุณภาพ โดยผลิตภัณฑ์นี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์กลุ่มผู้สูงวัย แต่ยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มเด็กที่กำลังเจริญเติบโต กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ออกกำลังกาย และกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ (Office Worker) ที่ต้องการความอิ่มท้องและประหยัดเวลาในวันทำงานอันเร่งรีบ
หากเปรียบเทียบในแง่โครงสร้างตลาด สัดส่วนระหว่างโปรตีนจากนมวัว (Dairy Protein) และโปรตีนจากพืช (Plant-based Protein) ในอุตสาหกรรมปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 70 ต่อ 30 แม้ว่าเทรนด์ในต่างประเทศฝั่งอเมริกาหรือยุโรปจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนผ่านจากนมธรรมดาไปสู่นมฟังก์ชันนัล (Functional Milk) และแพลนต์เบสมากขึ้น แต่สำหรับประเทศไทย ตลาดทั้งสองรูปแบบยังคงมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมาก โดยทางโทฟุซังครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งในเซกเมนต์แพลนต์เบสด้วยแบรนด์ “โทฟุซัง ไฮโปรตีน” ที่ทำตลาดมานานกว่า 7-8 ปี ในขณะที่ “Sunshine Dairy” ถือเป็นความท้าทายใหม่ในตลาดนมวัวไฮโปรตีนที่มีการแข่งขันที่รุนแรงกว่าและมีผู้เล่นในตลาดจำนวนมาก
กางงบการตลาด 30 ล้านบาท ดันยอดออนไลน์พุ่งกระฉูด 300%
สำหรับการดำเนินงานภายใต้แคมเปญร่วมกับวง PERSES ในครั้งนี้ โทฟุซังได้จัดเตรียมงบประมาณสำหรับการสร้างแบรนด์และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดไว้ที่ประมาณ 30 ถึง 40 ล้านบาทตลอดทั้งปี โดยในช่วงเริ่มต้นของการร่วมงานกันผ่านกิจกรรมพิเศษให้แฟนคลับส่งใบจับฉลาก สามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น (Add-on) ให้กับแบรนด์ได้ทันทีประมาณ 1-2 ล้านบาท สิ่งที่น่าจับตามองคือ ดัชนีความพึงพอใจและทัศนคติของผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ (Online Sentiment) มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการวัดผลผ่านแฮชแท็กและการมีส่วนร่วมในแพลตฟอร์มต่างๆ
แม้ว่าตัวผลิตภัณฑ์ของ Sunshine Dairy จะมีข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ที่จำเป็นต้องพึ่งพาระบบขนส่งแบบแช่เย็น (Cold Chain Logistics) ตลอดเวลาเนื่องจากใช้กระบวนการฆ่าเชื้อด้วยอุณหภูมิต่ำเพื่อคงความอร่อย ซึ่งทำให้การขายผ่านช่องทางออนไลน์ทำได้ยากและมีต้นทุนค่าจัดส่งสูงถึง 120-250 บาทต่อทริป แต่ผลลัพธ์จากการสร้าง Brand Awareness ผ่านแคมเปญนี้ กลับส่งผลให้ยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ของบริษัทเติบโตทะยานขึ้นถึง 300% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการทำการตลาดที่ตรงจุดท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
นอกจากนี้ แบรนด์ยังได้นำกลยุทธ์ “กดเครื่องคิดเลขให้ลูกค้า” มาใช้ในการสื่อสารเพื่อรับมือกับภาวะที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลง โดยเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนว่า การดื่มนมสดรสจืดทั่วไปในปริมาณ 1 ลิตรเพื่อให้ได้โปรตีนเท่ากับ Sunshine Dairy ลูกค้าต้องจ่ายเงินถึง 55 บาท และยังต้องรับปริมาณไขมันและน้ำตาลที่สูงกว่า การนำเสนอคุณค่าที่คุ้มค่ากว่าทั้งในแง่ของราคาและคุณประโยชน์ทางโภชนาการ รวมถึงรสชาติที่พัฒนาให้ถูกปากเหมือนเครื่องดื่มรสหวานทั่วไปแต่ไม่ใส่น้ำตาล จึงเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยดันให้ยอดขายของแบรนด์ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
อัปเกรดฐานผลิต 400 ล้านบาท ทลายคอขวดโลจิสติกส์เตรียมบุกอาเซียน
เพื่อรองรับการเติบโตของทั้งสองแบรนด์ในเครือ ซึ่งตั้งเป้ารายได้รวมของบริษัทในปีนี้ไว้ที่ประมาณ 2,000 ถึง 2,200 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 1,700 ล้านบาท โทฟุซังได้ตกลงลงทุนครั้งใหญ่ไปเมื่อปีที่ผ่านมาด้วยงบประมาณเกือบ 300 ถึง 400 ล้านบาท ในการซื้อที่ดินเพิ่มอีก 12.5 ไร่ เพื่อขยายพื้นที่โรงงานที่มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร จากเดิม 15 ไร่ รวมเป็น 27.5 ไร่ การขยายพื้นที่ดังกล่าวเน้นไปที่การปรับโครงสร้างภายในและการสร้างคลังสินค้า (Warehouse) เพิ่มเติม เพื่อลดขั้นตอนการทำความสะอาดเครื่องจักรบ่อยครั้ง ส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นทันที 20%
ปัจจุบันโรงงานของโทฟุซังมีกำลังการผลิตสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านยูนิตต่อวัน โดยมีการเดินเครื่องผลิตจริงอยู่ที่ 800,000 ถึง 900,000 ยูนิตต่อวัน ซึ่งถือว่าใกล้เต็มเพดานความสามารถในการผลิตแล้ว บริษัทจึงได้ดำเนินการสั่งซื้อเครื่องจักรรุ่นใหม่ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงเพิ่มเติม ซึ่งมีระยะเวลาในการจัดส่งและติดตั้ง (Lead Time) ยาวนานกว่า 14 เดือน การเตรียมพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานนี้จะช่วยทลายข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต และช่วยยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ (Shelf Life) จากเดิมที่อยู่ในประเทศได้ 24 วัน ให้ยาวนานยิ่งขึ้นเพื่อเปิดโอกาสในการส่งออก
ในส่วนของแผนการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทมีความพร้อมด้านผลการวิจัยตลาดและมีกลุ่มลูกค้ารองรับอยู่แล้วในหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และเวียดนาม แต่ยังคงติดปัญหาคอขวดด้านอายุสินค้าที่เหลือเพียง 14 วันเมื่อไปถึงปลายทาง ซึ่งเสี่ยงต่อการเสียโอกาสทางธุรกิจหากสินค้าขายไม่หมด สำหรับทิศทางในอนาคต โทฟุซังไม่มีแนวคิดที่จะย้ายทำเลที่ตั้งโรงงานในประเทศเนื่องจากทำเลเดิมบนเส้นพระราม 2 มีความเหมาะสมอยู่แล้ว แต่มีแผนระยะยาวในการเสาะหาพันธมิตรทางธุรกิจ (Partnership) เพื่อจัดตั้งฐานการผลิตท้องถิ่น (Local Production) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเวียดนามที่มองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงที่สุด
#Tofusan #SunshineDairy #PERSES #EnjoyYourDaily #HighProtein #ตลาดนมโปรตีน #โทฟุซัง #หุ้นเศรษฐกิจ #ข่าวธุรกิจ



