MDES จับมือ หัวเว่ย ดันไทย ศูนย์กลาง AI อาเซียน

MDES จับมือ หัวเว่ย ดันไทย ศูนย์กลาง AI อาเซียน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ MDES เดินหน้าความร่วมมือกับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียน โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการลงทุนพัฒนาทรัพยากรบุคคล พร้อมตั้งเป้าขับเคลื่อน Broad Digital GDP ของประเทศให้เติบโตถึง 4.2% มีมูลค่ามากกว่า 5.6 ล้านล้านบาทในปี 2569 ควบคู่กับการผลักดันประเทศไทยที่ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน ใน Government AI Readiness Index 2025 โดย Oxford Insights ให้พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ 3 เสาหลักขับเคลื่อนระบบนิเวศ AI และ AI Governance Sandbox

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ผ่านการขับเคลื่อนการพัฒนา AI ภายใต้ 3 เสาหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน ความน่าเชื่อถือ และทรัพยากรบุคคล โดยย้ำว่าอนาคตของ AI ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้พัฒนาเทคโนโลยี ในการสร้างระบบนิเวศ AI ที่ครอบคลุมและยั่งยืนร่วมกัน โดยไม่สามารถสร้างได้โดยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง

พร้อมกันนี้ นายไชยชนก ได้ระบุถึงแนวทางการยกระดับประเทศว่า “ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ นักวิจัย และหน่วยงานกำกับดูแล ได้ร่วมกันเปลี่ยนหลักการระดับสากลให้กลายเป็นการนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม” ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานทางกฎหมายและระเบียบปฏิบัติเพื่อรองรับนวัตกรรมดิจิทัลในอนาคต

ด้าน นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวเสริมถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย Trustworthy AI ว่า นวัตกรรมต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความมั่นคงปลอดภัย ความรับผิดชอบ และความเชื่อมั่น ภายใต้หัวข้อ Scaling Thailand’s Digital Economy through Trustworthy AI รัฐบาลมุ่งยกระดับธรรมาภิบาล AI ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เข้าถึงได้ และส่งเสริมความร่วมมือกับผู้นำเทคโนโลยีอย่างหัวเว่ยเพื่อเร่งประยุกต์ใช้ AI ในอุตสาหกรรมสำคัญ

หัวเว่ย ชู 5 แนวทางเร่งเปลี่ยนผ่านพร้อมเปิดตัวโครงการ Thailand AI Ecosystem Initiative

หัวเว่ย

ด้าน นายออสติน เจิ้ง เชาวู รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้ากลุ่มธุรกิจ ICT บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ยืนยันถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของหัวเว่ยในการสนับสนุนประเทศไทย โดยระบุว่า “โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI อย่างรวดเร็ว แต่ความรวดเร็วเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เราต้องการ AI ที่มีความน่าเชื่อถือ ใช้งานได้จริง และสามารถสร้างคุณค่าในสถานการณ์จริงได้” พร้อมเปิดตัวกรอบแนวคิด 5 แนวทาง ได้แก่ การค้นหา Use Case ที่สร้างคุณค่าสูง การพัฒนาโมเดล AI ที่น่าเชื่อถือ การสร้างรากฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้ การกำกับดูแล AI ตลอดวงจรการใช้งาน และการพัฒนาบุคลากร

นายเจิ้ง ได้กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการลงมือทำว่า “ความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุค AI ไม่ใช่การตัดสินใจผิด แต่คือการไม่ลงมือทำเลย” โดยเน้นย้ำว่าการพัฒนา AI ของประเทศไทยควรมุ่งสร้างโซลูชันที่เข้าใจภาษา วัฒนธรรม อุตสาหกรรม และความต้องการทางธุรกิจของประเทศ การผสานนวัตกรรมแบบเปิดเข้ากับศักยภาพของคนไทยจะช่วยพัฒนา AI ที่น่าเชื่อถือและเสริมสร้างอธิปไตยทางดิจิทัลให้แก่ประเทศในระยะยาว

เพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว ได้มีการเปิดตัวโครงการ Thailand AI Ecosystem Initiative: Co-Building a Leading AI Hub in ASEAN ภายในงานประชุมสุดยอดเพื่อเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือแบบเปิดที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย สตาร์ทอัพ และนักพัฒนานวัตกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อเร่งการพัฒนานวัตกรรมและส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศ AI ที่แข็งแกร่งเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเป็นศูนย์กลาง AI ชั้นนำของอาเซียน

ปักหมุดพัฒนาบุคลากร 100,000 คนและพันธมิตรพันธมิตรพันธมิตร Data Center Alliance

หัวเว่ย ยึดมั่นว่าบุคลากรคือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน จึงได้เดินหน้าพัฒนาบุคลากรดิจิทัลรุ่นใหม่ผ่าน Huawei ASEAN Academy และความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และพันธมิตร โดยขยายโอกาสด้านการศึกษา AI การฝึกอบรมทางเทคนิค การรับรองวิชาชีพ และหลักสูตรพัฒนาผู้บริหาร โดยตั้งเป้าร่วมพัฒนาบุคลากรด้าน AI จำนวน 100,000 คน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็น AI Talent Hub ของภูมิภาคอาเซียน

นอกจากนี้ ภายในงานตลอด 2 วัน ยังได้มีการจัดแสดงนวัตกรรม AI ยุคใหม่ อาทิ Atlas 950 SuperPoD สำหรับรองรับการประมวลผล AI และเทคโนโลยี Open-source Large Language Models (LLMs) พร้อมการจัดงาน Huawei Thailand Suppliers Convention 2026 ภายใต้แนวคิด One Ecosystem, Collaborating for Success ซึ่งมีผู้แทนจากบริษัทคู่ค้ากว่า 500 คน จากมากกว่า 130 บริษัท เข้าร่วมอย่างคับคั่ง

พร้อมกันนี้ หัวเว่ยได้ประกาศจัดตั้ง Huawei Thailand Data Center Ecosystem Alliance เพื่อยกระดับความร่วมมือกับพันธมิตรในการรองรับความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยนายเจิ้ง ได้กล่าวทิ้งทายเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมมือกันภายใต้แนวคิด Grow in Thailand, Contribute to Thailand เพื่อเดินหน้าสร้างระบบนิเวศ AI ที่เปิดกว้าง มั่นคงปลอดภัย และยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

#MDES #Huawei #HuaweiThailand #AI #TrustworthyAI #AIGovernance #DigitalEconomy #AIHub #ASEAN #TheReporterAsia

Related Posts