บีโอไอ ปลุกกระแส Smart & Green หนุนเอกชนปรับตัวสู้ตลาดโลก

บีโอไอ ปลุกกระแส Smart & Green หนุนเอกชนปรับตัวสู้ตลาดโลก
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 9 นาที

บีโอไอเผยยอดขอรับส่งเสริมลงทุน “มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม” ทะยานกว่า 1,300 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนเฉียด 1.5 แสนล้านบาท มุ่งหนุนภาคเอกชนเปลี่ยนผ่านสู่ Smart & Green ปรับปรุงเทคโนโลยีดิจิทัล-พลังงานสะอาด รองรับกติกาสมัยใหม่ของตลาดโลก

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เร่งขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยและต่างชาติให้ปรับตัวครั้งใหญ่ ไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Smart & Green) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว โดยยื่นขอรับการส่งเสริมภายใต้ “มาตรการยกระดับอุตสาหกรรมสู่ Smart และ Sustainable Industry” ตั้งแต่ปี 2566 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 รวมแล้วจำนวน 1,397 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวม 146,000 ล้านบาท

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอให้ความสำคัญกับการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเร่งเปลี่ยนผ่านตามทิศทางโลกผ่านการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร นำระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ รวมถึงการใช้พลังงานทดแทนและการยกระดับสู่มาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน

“วันนี้โจทย์ของภาคธุรกิจไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนการผลิตเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการผลิตและการใช้ทรัพยากร ความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง และความสอดคล้องกับกติกาสมัยใหม่ของตลาดโลก การปรับตัวสู่ Smart & Green จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการแข่งขันในโลกยุคใหม่ โดยการเชื่อมโยงระบบการผลิตอัจฉริยะและความยั่งยืนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว” นายนฤตม์ กล่าว

ยกระดับสู่ Smart Industry ด้วยระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิทัล

การปรับตัวไปสู่ Smart Industry ได้รับความสนใจอย่างมากผ่านการนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มผลิตภาพ ลดความผิดพลาด และเตรียมรองรับสังคมสูงวัย โดยมีตัวอย่างการลงทุนจากบริษัทชั้นนำ เช่น บริษัท ไทย เบเวอร์เรจ แคน จำกัด ที่นำระบบอัตโนมัติมาเชื่อมโยงเครื่องจักรในสายการผลิตฝาอะลูมิเนียม บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด ติดตั้งระบบอัตโนมัติในกระบวนการบรรจุและขนส่งโดยใช้บริการผู้พัฒนาระบบ (SI) สัญชาติไทย และบริษัท ไทยโตชิบา อุตสาหกรรม จำกัด ที่นำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้ครอบคลุมตั้งแต่การปั๊มโลหะจนถึงการบรรจุ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังยกระดับการบริหารจัดการโรงงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น บริษัท ไอซิน ไทย ออโตโมทีฟ คาสติ้ง จำกัด และ บริษัท ลิงก์ เทคโนโลยี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่เลือกลงทุนในระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (ERP) เพื่อวางแผนการผลิตและเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ด้าน บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ได้ใช้นวัตกรรมคลังข้อมูลขนาดใหญ่ความเร็วสูงและระบบวิเคราะห์ข้อมูล SAP Analytics Cloud ขณะที่ บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Robotic Process Automation (RPA) และ Factory 4.0 Software เชื่อมโยงสายการผลิตเข้ากับระบบ ERP

ยิ่งไปกว่านั้น บางบริษัทได้บูรณาการระบบอัตโนมัติและดิจิทัลเข้าด้วยกันจนเป็น Smart Factory ได้แก่ บริษัท ไนโตรเคมีอุตสาหกรรม จำกัด ที่ปรับปรุงโรงงานด้วยระบบวิเคราะห์ข้อมูลเรียลไทม์ช่วยลดของเสีย บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) ที่ยกระดับสู่ Industry 4.0 ผ่าน Smart Operation และ บริษัท ทีม พรีซิชั่น จำกัด (มหาชน) ที่นำระบบ AGV, Image Processing, IIoT และระบบ Manufacturing Execution System (MES) มาใช้ร่วมกัน

ขับเคลื่อน Green Industry และมาตรฐานความยั่งยืนสากล

ด้านการปรับตัวสู่ Green Industry และความยั่งยืน บีโอไอส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ลงทุนระบบนำพลังงานความเย็นทิ้งกลับมาใช้ในกระบวนการผลิต บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ติดตั้งระบบ Economizer นำลมร้อนปล่อยทิ้งกลับมาใช้อบไฟเบอร์ และ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ท่าหลวง) จำกัด ปรับปรุงกระบวนการผลิตด้วยการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลและเชื้อเพลิงจากขยะทดแทนถ่านหิน

พร้อมกันนี้ บีโอไอยังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการยกระดับการผลิตให้สอดรับกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยระดับสากล ผ่านการรับรองมาตรฐานต่าง ๆ อาทิ GAP, FSC, PEFC และ ISO 22000 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่คู่ค้าและเพิ่มโอกาสการแข่งขันในตลาดต่างประเทศระยะยาว

#BOI #บีโอไอ #SmartAndGreen #SmartIndustry #GreenIndustry #ลงทุนไทย #ยกระดับอุตสาหกรรม #เศรษฐกิจไทย

Related Posts