SCB WEALTH ชูกองทุนหุ้นสหรัฐฯ-EM รับคลื่น AI กระจายพอร์ตดอลลาร์

SCB WEALTH ชูกองทุนหุ้นสหรัฐฯ-EM รับคลื่น AI กระจายพอร์ตดอลลาร์
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 11 นาที

SCB WEALTH จัดงานสัมมนาออนไลน์ “Fed, Dollar and Beyond” ประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลกและสหรัฐฯ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ชี้เศรษฐกิจโลกยังขยายตัวได้ พร้อมคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบายไทยจะทรงตัวที่ระดับ 1% ลากยาวถึงปี 2570 ขณะที่นักกลยุทธ์แนะจับจังหวะกระจายพอร์ตรับกระแสการลงทุน AI Ecosystem ผ่านตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดเกิดใหม่ (EM) ควบคู่กองทุนสกุลดอลลาร์เพื่อบริหารความเสี่ยงค่าเงิน

SCB EIC มองเศรษฐกิจสหรัฐฯ โตต่อ คาดดอกเบี้ยไทยยืน 1% ถึงปี 2570

นายนนท์ พฤกษ์ศิริ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในการประชุมรอบล่าสุดเป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว สะท้อนผ่านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond yield) ที่ปรับขึ้นนำไปก่อนหน้า ทั้งนี้ โมเมนตัมเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องในอีก 6 เดือนข้างหน้าจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งมาตั้งแต่ก่อนเกิดกระแส AI โดยปัจจุบันนโยบายภาครัฐเริ่มมีผลต่อเศรษฐกิจมากกว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ย

ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวแต่มีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศ โดยประเทศที่ได้ประโยชน์จากห่วงโซ่การลงทุน AI เช่น เกาหลีใต้ แม้จะมีการทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามแรงกดดันเงินเฟ้อ แต่โครงสร้างเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง ต่างจากหลายประเทศที่เผชิญปัญหาเสถียรภาพค่าเงินอ่อนค่า

สำหรับประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำที่สุดในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market : EM) โดย SCB EIC คาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1% ไปจนถึงปี 2570 เพื่อประคองการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังเป็นไปอย่างช้าๆ และไม่ทั่วถึง ภายใต้เสถียรภาพค่าเงินบาทและอัตราเงินเฟ้อที่ยังไม่สูงเมื่อเทียบกับต่างประเทศ

SCB FM ชี้กรอบเงินบาท 33.30-33.80 บาท แนะกลยุทธ์คุมความเสี่ยง FX

นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส SCB Financial Markets (SCB FM) ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-33.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และมีโอกาสอ่อนค่าลงได้เล็กน้อยจากราคาน้ำมันระดับสูง ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ประเด็นสงครามการค้า รวมถึงการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม คาดว่าช่วงปลายปีเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นสู่กรอบ 33.00-33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยได้แรงหนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยว ดุลการค้าที่ดีขึ้น และราคาทองคำ

ในมิติด้านการลงทุน ปัจจุบันต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging cost) ระยะ 1 ปี อยู่ในระดับสูงประมาณ 3.6% เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยและสหรัฐฯ ดังนั้น การลงทุนระยะสั้นในสินทรัพย์สกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ยังจำเป็นต้องทำ Hedging เพื่อป้องกันความผันผวนของค่าเงินที่อาจกลบผลตอบแทน แต่สำหรับการลงทุนระยะยาวตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป อาจไม่จำเป็นต้องป้องกันความเสี่ยงทั้งหมด เพื่อลดภาระต้นทุน Hedging เนื่องจากค่าเฉลี่ยเงินบาทย้อนหลัง 10–20 ปี อยู่ที่ประมาณ 33.40–33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งใกล้เคียงกับระดับปัจจุบัน

SCB CIO ชูหุ้นสหรัฐฯ-เอเชียเกาะกระแส AI ดันพอร์ต Core Resilience

น.ส.นิสารัตน์ ชมภูพงษ์ Head of Wealth and Investment Advisory, SCB CIO ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินว่า การลงทุนด้าน AI จะเป็นแกนขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกที่สำคัญ โดยคาดว่ามูลค่าการลงทุนใน AI ปีนี้จะแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และอาจพุ่งแตะ 3-4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2573 ครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ หน่วยความจำ ดาต้าเซ็นเตอร์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า

กลยุทธ์การจัดพอร์ตแนะนำให้เน้นสร้างความยืดหยุ่น (Portfolio Resilience) มากกว่าการคาดการณ์ตลาดระยะสั้น โดยให้น้ำหนักตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นเครื่องยนต์หลัก คาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโตราว 20% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ขณะที่ตลาดหุ้นเกิดใหม่ โดยเฉพาะ เกาหลีใต้ และ ไต้หวัน มีความน่าสนใจสูงจากคาดการณ์กำไรเติบโตโดดเด่นถึง 34% และมีระดับราคาที่ไม่แพง โดยซื้อขายที่ P/E ประมาณ 10 เท่า เทียบกับสหรัฐฯ ที่ 22 เท่า พร้อมเสริมส่วนการสร้างรายได้ด้วยตราสารหนี้คุณภาพดีระยะสั้น-ปานกลาง และกระจายความเสี่ยงด้วยทองคำ

เปิดทางเลือกลงทุน 3 กองทุนสกุลดอลลาร์ บริหารพอร์ตรับมือความผันผวน

นายสรรค์ชัย สกุลสุรเอกพงศ์ Investment Product Selection and Partnership Manager, SCB CIO ระบุว่า การกระจายพอร์ตไปยังกองทุนรวมสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วยเปิดโอกาสรับผลตอบแทนทั่วโลกและบริหารความเสี่ยงด้านสกุลเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแนะนำ 3 ทางเลือกกองทุน ได้แก่:

  • SCBUSDGMCORE (ความเสี่ยงระดับ 6): กองทุนผสมสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กระจายลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลก เสริมด้วยกลยุทธ์ Liquid Alternative รูปแบบ Absolute Return บริหารพอร์ตโดย BlackRock (Singapore) Limited

  • SCBUSDUSFOCUS (ความเสี่ยงระดับ 6): กองทุนหุ้นสหรัฐฯ สกุลเงินดอลลาร์ เน้นลงทุนในบริษัทชั้นนำที่มีการเติบโตสูงและฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง กระจายในพอร์ตประมาณ 150-350 บริษัท

  • SCBUSDGOLD (ความเสี่ยงระดับ 8): กองทุนสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ลงทุนในทองคำผ่าน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็น ETF ทองคำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

#SCBWEALTH #SCBEIC #SCBCIO #ลงทุนAI #หุ้นสหรัฐ #ลดความเสี่ยงค่าเงิน #เศรษฐกิจโลก #ดอกเบี้ยเฟด

Related Posts