บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรและอันดับเครดิตตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด (KCC) ที่ระดับ “AAA” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่) เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 โดยอันดับเครดิตดังกล่าวเทียบเท่ากับ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (BAY) ซึ่งสะท้อนสถานะการเป็นบริษัทย่อยหลัก (Core Subsidiary) ที่มีบทบาทขับเคลื่อนธุรกิจบัตรเครดิตของกลุ่ม
ยืนสถานะบริษัทย่อยหลัก ได้รับแรงหนุนเต็มพิกัดจาก BAY
การคงอันดับเครดิตสะท้อนถึงการบูรณาการในระดับสูงระหว่างบริษัทและกลุ่มธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทั้งในด้านกลยุทธ์ การดำเนินงาน และการเงิน โดยบริษัททำหน้าที่เป็นแกนนำหลักในการดำเนินธุรกิจบัตรเครดิตภายใต้แบรนด์ “กรุงศรี” พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสาขาของธนาคารแม่ในการหาลูกค้า การชำระเงิน และการให้บริการต่าง ๆ
ขณะเดียวกัน หน่วยงานสำคัญ เช่น การบริหารความเสี่ยง เทคโนโลยีสารสนเทศ และการเงิน ล้วนดำเนินงานภายใต้กรอบการกำกับดูแลของกลุ่ม BAY และอยู่ภายใต้กลุ่ม Solo Consolidation ตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทริสเรทติ้งคาดว่าการสนับสนุนและความร่วมมืออย่างใกล้ชิดนี้จะดำเนินต่อไปในระยะยาว
ฐานบัตรโตแตะ 2.4 ล้านใบ เน้นเจาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z
ในเชิงการดำเนินงาน บริษัทยังคงรักษาตำแหน่งทางการตลาดที่แข็งแกร่งในธุรกิจบัตรเครดิต โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 บริษัทมีปริมาณบัตรเครดิตที่มีการใช้งานอยู่จำนวน 2.4 ล้านใบ เติบโตขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 9% โดยมีสัดส่วนของลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Generation Y และ Generation Z เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสนับสนุนการขยายพอร์ตในระยะยาว
สำหรับยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขยายตัวเล็กน้อย 0.4% สู่ระดับ 1.115 แสนล้านบาท ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือนที่กดดันกำลังซื้อ โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดด้านการใช้จ่ายผ่านบัตรทรงตัวอยู่ที่ราว 10% อย่างไรก็ดี ยอดลูกหนี้รวม (บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 4.48 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ตามนโยบายการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังและอุปสงค์ของผู้บริโภคที่ชะลอตัว
คุมเข้มคุณภาพสินทรัพย์ สำรอง NPL แข็งแกร่ง 143%
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทยังคงอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจจากการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวด ส่งผลให้อัตราการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อด้อยคุณภาพลดลงมาอยู่ที่ 3.1% ในปี 2568 จาก 4.2% ในปี 2567 ขณะที่อัตราการตัดหนี้สูญปรับลดลงมาอยู่ที่ 3.1% จาก 3.4%
นอกจากนี้ บริษัทยังมีระดับเงินสำรองที่รัดกุม โดยมีอัตราส่วนสำรองต่อหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL Coverage Ratio) สูงถึง 143% ณ สิ้นปี 2568 และมีค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคิดเป็น 6.2% ของเงินให้สินเชื่อรวม ซึ่งทริสเรทติ้งประเมินว่าอยู่ในระดับที่เพียงพอต่อการรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ
ฐานทุนแกร่ง สภาพคล่องพร้อมรองรับการดำเนินงาน
ทริสเรทติ้งประเมินสถานะเงินทุนของบริษัทว่าอยู่ในระดับแข็งแกร่งมาก โดยอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยง (RAC Ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 32.3% ณ สิ้นปี 2568 จากการสะสมกำไรอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นแตะ 2.78 หมื่นล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนต่ำเพียง 0.8 เท่า ต่ำกว่าเกณฑ์ทางการเงินที่กำหนดไว้ 6 เท่าอย่างมีนัยสำคัญ
ในแง่ของสภาพคล่อง ณ เดือนกรกฎาคม 2569 บริษัทมีวงเงินสินเชื่อประเภทผูกพันรวม 4.70 หมื่นล้านบาท ซึ่งรวมถึงวงเงินจากกลุ่ม BAY จำนวน 4.30 หมื่นล้านบาท โดยมีวงเงินที่ยังไม่ได้เบิกใช้อยู่สูงถึง 3.82 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 81% เมื่อประกอบกับเงินสดในมืออีก 1.3 พันล้านบาท ทำให้บริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอรองรับภาระหนี้ระยะสั้นและการดำเนินงานได้อย่างมั่นคง
#บัตรกรุงศรีอยุธยา #ทริสเรทติ้ง #อันดับเครดิต #BAY #สินเชื่อรายย่อย #TheReporterAsia

