ทริสคงอันดับ AMATA ระดับ A- แนวโน้ม Stable ยอด Backlog สูง 1.8 หมื่นล้าน

ทริสคงอันดับ AMATA ระดับ A- แนวโน้ม Stable ยอด Backlog สูง 1.8 หมื่นล้าน
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 9 นาที

ทริสเรทติ้งประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “A-” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือคงที่ สะท้อนถึงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในฐานะผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศไทย ควบคู่กับรายได้ประจำจากธุรกิจสาธารณูปโภคและเงินปันผลจากการลงทุนในโรงไฟฟ้า

สถานะตลาดแข็งแกร่ง หนุนด้วย Backlog และรายได้ประจำ

สถานะเครดิตของบริษัทได้รับการสนับสนุนจากรายได้ประจำจากการให้บริการสาธารณูปโภคในระดับที่มีนัยสำคัญ รวมถึงรายได้เงินปันผลจากการลงทุนในโรงไฟฟ้าหลายแห่ง นอกจากนี้ มูลค่ายอดขายที่ดินที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่เพิ่มขึ้นเป็น 1.8 หมื่นล้านบาท ณ เดือนมีนาคม 2569 จาก 1.2 หมื่นล้านบาทในปี 2566 ยังช่วยเพิ่มความมั่นคงของรายได้ในอนาคต โดยคาดว่าจะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานของบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม จุดแข็งดังกล่าวยังถูกลดทอนลงบางส่วนจากวัฏจักรและความผันผวนของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงความเสี่ยงด้านประเทศและกฎระเบียบในการดำเนินงานต่างประเทศ อีกทั้งมาตรการภาษีศุลกากรและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก ก่อให้เกิดความเสี่ยงเชิงลบต่อยอดขายที่ดินและผลการดำเนินงานของบริษัท

อุปสงค์ในประเทศโตต่อเนื่อง ระยะยาวเวียดนามทยอยฟื้นตัว

ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยยังได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง ได้แก่ การย้ายฐานห่วงโซ่อุปทานออกจากประเทศจีน และการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) รวมถึงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยบริษัทมีที่ดินเกือบ 12,000 ไร่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในจังหวัดระยองและชลบุรี คาดการณ์ยอดขายที่ดินในประเทศไทยช่วงปี 2569-2571 จะอยู่ที่ประมาณ 860-950 ไร่ต่อปี และสร้างรายได้จากการขายที่ดินในไทยระดับ 8.2-9.6 พันล้านบาทต่อปี

สำหรับยอดขายที่ดินในประเทศเวียดนาม แม้จะชะลอตัวลงเหลือ 152 ไร่ในปี 2568 จากปัจจัยความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าและขั้นตอนการอนุมัติการลงทุน แต่ทริสเรทติ้งคาดว่ายอดขายจะทยอยฟื้นตัวสู่ระดับ 250-350 ไร่ต่อปีในช่วงปี 2570-2571 สร้างรายได้จากการขายที่ดินประมาณ 0.9-2.5 พันล้านบาทต่อปี เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานด้านการผลิต ปริมาณเงินลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) และข้อตกลงการค้าเสรีที่เอื้ออำนวย

ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานเสริมเสถียรภาพกระแสเงินสด

ธุรกิจสาธารณูปโภคคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 37% ของรายได้รวมในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้ประจำจากธุรกิจสาธารณูปโภคจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.0-5.3 พันล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2569-2571 จากระดับ 4.5 พันล้านบาทในปี 2568 ซึ่งการเติบโตในไทยคาดว่าจะอยู่ที่เฉลี่ย 3%-4% ต่อปี ส่วนในเวียดนามจะเพิ่มขึ้นประมาณ 7% ต่อปี ช่วยลดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวได้บางส่วน

นอกจากนี้ บริษัทได้รับรายได้เงินปันผลสม่ำเสมอจากการลงทุนร่วมในโครงการโรงไฟฟ้ากับ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้งรวมตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 260 เมกะวัตต์ รวมถึงการถือหุ้น 4.0% ในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ABPIF) ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้เงินปันผลให้แก่บริษัทประมาณ 500-600 ล้านบาทต่อปีตลอดช่วงประมาณการ

สถานะทางการเงินและสภาพคล่องอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

สถิติทางการเงินและอัตราส่วนที่สำคัญ (งบการเงินรวม):

  • รายได้จากการดำเนินงานรวม: 3,972 ล้านบาท (ม.ค.-มี.ค. 2569) / 14,430 ล้านบาท (ปี 2568)

  • EBITDA: 1,694 ล้านบาท (ม.ค.-มี.ค. 2569) / 5,721 ล้านบาท (ปี 2568)

  • สินทรัพย์รวม: 72,452 ล้านบาท (ณ มีนาคม 2569) / 69,654 ล้านบาท (ปี 2568)

  • หนี้สินทางการเงินที่ปรับปรุงแล้ว: 19,093 ล้านบาท (ณ มีนาคม 2569) / 16,956 ล้านบาท (ปี 2568)

  • อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA: 3.1 เท่า (ม.ค.-มี.ค. 2569) / 3.0 เท่า (ปี 2568)

ณ เดือนมีนาคม 2569 บริษัทมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นจำนวน 3.6 พันล้านบาท วงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ยังไม่ได้เบิกใช้อีก 1.2 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะมีเงินทุนจากการดำเนินงานช่วง 12 เดือนข้างหน้าประมาณ 4.4 พันล้านบาท ขณะที่ภาระหนี้ที่ครบกำหนดชำระประกอบด้วยเงินกู้ระยะสั้น 2.1 พันล้านบาท และเงินกู้ระยะยาว 4.2 พันล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนอยู่ที่ 0.6 เท่า ซึ่งยังคงต่ำกว่าข้อกำหนดทางการเงินของหุ้นกู้ที่ระบุให้ดำรงไว้ไม่เกิน 2.5 เท่าอย่างมาก

#AMATA #อมตะคอร์ปอเรชัน #ทริสเรทติ้ง #อันดับเครดิต #หุ้นกู้ #นิคมอุตสาหกรรม #EEC

Related Posts