ท่ามกลางยุคที่เศรษฐกิจระดับภูมิภาคและระดับโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายเชิงซ้อน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงขึ้น บทบาทของสถาบันการเงินในศตวรรษที่ 21 ได้ถูกยกระดับจากการเป็นเพียงตัวกลางทางการเงินสู่การเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงโครงสร้างเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน กลุ่มธนาคารยูโอบีได้เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางยุทธศาสตร์ความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเปลี่ยนผ่านจากการบริจาคเพื่อการกุศลแบบดั้งเดิมไปสู่การลงทุนเพื่อสังคมแบบบูรณาการระยะยาว ทิศทางใหม่นี้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะชีวิตของเยาวชนเพื่อหนุนสร้างเศรษฐกิจชาติให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนอย่างแท้จริง
การดำเนินธุรกิจของกลุ่มธนาคาร ยูโอบี ในปัจจุบันได้ถูกหล่อหลอมให้อยู่ภายใต้ปรัชญาที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ พันธกิจหลักที่ขับเคลื่อนแนวคิดนี้มีชื่อว่ายูโอบีฮาร์ทบีท ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุดในการทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อชุมชน โดยธนาคารได้กำหนดเสาหลักเชิงยุทธศาสตร์สามประการในการดำเนินงาน ได้แก่ ศิลปะ เยาวชน และการศึกษา การปรับเข็มทิศองค์กรในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำสถาบันการเงินที่เล็งเห็นว่ารากฐานของเศรษฐกิจที่มั่นคงย่อมเริ่มต้นมาจากการสร้างทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพและพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต
ความมุ่งมั่นของ ยูโอบี ได้เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนยิ่งขึ้นในวาระครบรอบ 90 ปีของการก่อตั้งกลุ่มธนาคาร เมื่อมีการประกาศเจตนารมณ์ครั้งประวัติศาสตร์ในการจัดสรรงบประมาณจำนวน 30ล้านดอลลาร์สหรัฐ เม็ดเงินลงทุนมหาศาลก้อนนี้ถูกกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจน เพื่อนำไปสนับสนุนโครงการด้านการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนผู้ด้อยโอกาสมากกว่า 1.2 แสนคนทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การลงทุนระดับภูมิภาคนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ยูโอบีก้าวข้ามกรอบการทำกิจกรรมเพื่อสังคมแบบแยกส่วน ไปสู่การสร้างระบบนิเวศแห่งการให้ที่ฝังรากลึกในทุกกระบวนการทางธุรกิจ

ทลายกำแพงความเหลื่อมล้ำด้วยห้องเรียนดิจิทัล
ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลไม่ใช่เพียงปัญหาของการขาดแคลนอุปกรณ์ แต่คือวิกฤตความเหลื่อมล้ำทางโอกาสที่สกัดกั้นการเคลื่อนที่ทางสังคมของเยาวชน โครงการยูโอบีมายดิจิทัลสเปซจึงถือกำเนิดขึ้นในปีพุทธศักราช 2563 ท่ามกลางวิกฤตการณ์โควิดที่ระบบการศึกษาต้องเปลี่ยนผ่านสู่รูปแบบออนไลน์อย่างฉับพลัน
สำหรับในประเทศไทย แม้สถิติระดับมหภาคจะระบุว่าโรงเรียนเกือบทั้งหมดมีอินเทอร์เน็ตเข้าถึง แต่ข้อเท็จจริงในระดับจุลภาคกลับพบอัตราส่วนนักเรียน 17 คน ต่อคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้แบบมีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ยูโอบีประเทศไทยจึงได้ผนึกกำลังกับโครงการร้อยพลังการศึกษาภายใต้มูลนิธิยุวพัฒน์เพื่อสร้างห้องเรียนดิจิทัลที่เป็นระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง
สถิติจากการดำเนินงานในประเทศไทยสะท้อนความสำเร็จอย่างก้าวกระโดด โดยสามารถยกระดับห้องเรียนดิจิทัลในสิบโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลครอบคลุม 10 จังหวัดและเข้าถึงนักเรียนจำนวน 5,504 คน ตลอดระยะเวลา 4 ปีมีผู้ใช้งานหลักสูตรดิจิทัลแบบเจาะลึกในวิชาหลักมากถึง 10,045 คน ผลกระทบที่เกิดขึ้นลึกซึ้งเกินกว่าการมีฮาร์ดแวร์ เพราะสื่อดิจิทัลทำให้นักเรียนมีความกล้าแสดงออกมากขึ้น สามารถทำแบบฝึกหัดได้ด้วยตนเอง อัตราการขาดเรียนลดลง และยังช่วยพลิกโฉมศักยภาพของครูผู้สอนจำนวน 144 คน ให้เปลี่ยนบทบาทจากผู้บรรยายมาเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้
ในส่วนของการบูรณาการเครือข่ายระดับภูมิภาคนั้น โครงการนี้ถูกวางตำแหน่งให้ครอบคลุม 7 ตลาดหลักในอาเซียนและเอเชีย ในปีพุทธศักราช 2567 เพียงปีเดียว โครงการสามารถสร้างประโยชน์ให้เยาวชนเกือบ 1.5 หมื่นคน โดยในอินโดนีเซียได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มรวงกูรู เพื่อมอบทักษะแห่งอนาคตให้นักเรียน 9 หมื่นคน ขณะที่ในสิงคโปร์มีการแจกจ่ายแล็ปท็อปที่ผ่านการซ่อมบำรุงและสอนความปลอดภัยทางไซเบอร์ ส่วนในเวียดนามมีการสร้างห้องคอมพิวเตอร์ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงที่ขาดการพัฒนา ยุทธศาสตร์นี้ตระหนักดีว่าเทคโนโลยีดิจิทัลคือภาษาแห่งอนาคตที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ประชากรกลุ่มเปราะบางตกเป็นเหยื่อของการว่างงานเชิงโครงสร้าง

ปลุกจิตสำนึกและสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน
ความเปราะบางทางการเงินของครัวเรือนเป็นความเสี่ยงเชิงระบบที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีตัวเลขหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมอยู่ในระดับที่น่ากังวล การแก้ปัญหาที่รากฐานคือการสร้างความรอบรู้ทางการเงินตั้งแต่เยาว์วัย ยูโอบีประเทศไทยจึงได้เปิดตัวโครงการ UOB Money 101 Teen Edition เพื่อปลูกฝังวินัยและเตรียมความพร้อมสำหรับการตัดสินใจที่รับผิดชอบ โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นซึ่งเป็นวัยที่เริ่มมีอิสระในการใช้จ่าย โดยได้พัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินระดับประเทศ
ตลอดระยะเวลา 5 ปี โครงการนี้สามารถสร้างวินัยทางการเงินให้เยาวชนเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 8,214 คนจาก 72 โรงเรียนใน 33 จังหวัดทั่วประเทศ หลักสูตรมีความครอบคลุมตั้งแต่จิตวิทยาการเงิน การหารายได้ การประเมินต้นทุนค่าเสียโอกาส การใช้ประโยชน์จากดอกเบี้ยทบต้น ไปจนถึงการตั้งเป้าหมายทางการเงินที่เป็นรูปธรรม ความล้ำหน้าของโครงการคือการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ส่งต่อความรู้ ผ่านการประกวดมันนี่โค้ชจูเนียร์คอนเทสต์ ซึ่งนักเรียนจะต้องนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินหรือเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงในชุมชนของตนเอง ทำให้เยาวชนมีวิจารณญาณและหลบเลี่ยงภัยคุกคามจากการหลอกลวงทางการเงินได้
ยุทธศาสตร์ด้านความรู้ทางการเงินนี้ยังถูกปรับแต่งให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละประเทศอย่างแยบคาย สำหรับในสิงคโปร์ ยูโอบีมองว่าสุขภาพทางการเงินต้องได้รับการตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอจึงเปิดตัวเครื่องมือประเมินสถานะทางการเงินออนไลน์ ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมให้เด็กจากครอบครัวรายได้น้อยลงพื้นที่เรียนรู้การจัดทำงบประมาณในซูเปอร์มาร์เก็ต ส่วนในอินโดนีเซียที่มีประชากรกลุ่มมิลเลนเนียลจำนวนมาก ธนาคารได้ผสานความรู้เข้ากับเทคโนโลยีการเงินผ่านแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ เพื่อวิเคราะห์รูปแบบกระแสเงินสดและให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล ซึ่งนับเป็นการทำให้ความรู้ทางการเงินเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

บ่มเพาะนวัตกรสายรักษ์โลกสู่อนาคต
ภัยคุกคามจากวิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องที่ร้ายแรงระดับที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจสูญเสียผลิตภัณฑ์มวลรวมมากกว่าร้อยละ 35 ภายในปีพุทธศักราช 2593 หากไม่มีมาตรการรับมือที่รัดกุม ยูโอบีเล็งเห็นว่าการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ต้องอาศัยนวัตกรรมจากฐานราก โครงการยูโอบีวันเดอร์แล็บจึงถูกออกแบบมาเพื่อบ่มเพาะเยาวชนที่สนใจพัฒนาโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยเปิดพื้นที่ให้ทดลองทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ และขยายไอเดียสู่การใช้งานจริงเพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่
โครงการนี้ในประเทศไทยมีจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจจากการต่อยอดโครงการรณรงค์คัดแยกขยะภายในองค์กรที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เมื่อขยายขอบเขตสู่เยาวชนอายุ 15 – 25 ปีทั่วประเทศร่วมกับองค์กรนวัตกรรมเพื่อสังคม พบว่ามีผู้สมัครมากถึง 453 คนรวมเป็น 102 ทีมในปีแรก สะท้อนความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมของคนรุ่นใหม่ นวัตกรรมที่ผ่านการเข้ารอบแสดงให้เห็นถึงการคิดเชิงระบบเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจหมุนเวียนในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันลดขยะอาหาร การแปรรูปขยะการเกษตรเป็นทรายแมว นวัตกรรมสิ่งทอรีไซเคิล หรือการเปลี่ยนเศษพลาสติกให้เป็นเส้นใยสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติ
ผลกระทบสืบเนื่องของโครงการนี้คือการพัฒนาทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์และการสื่อสารข้ามรุ่น ซึ่งช่วยเปลี่ยนภาวะความวิตกกังวลต่อสภาพภูมิอากาศให้กลายเป็นอำนาจในการจัดการนวัตกรรม ทั้งนี้ นางสาวธรรัตน โอฬารหาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้กล่าวเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้ว่า “เป้าหมายระยะยาวของ Wonder Lab คือการยกระดับแพลตฟอร์มนี้ให้ครอบคลุมทั่วทั้งอาเซียน เพื่อสร้างเครือข่ายผู้นำด้านความยั่งยืนระดับภูมิภาค โดยตระหนักดีว่าปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นไร้พรมแดน” การดำเนินงานนี้จึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการสร้างห่วงโซ่อุปทานด้านนวัตกรรมความยั่งยืนที่สมบูรณ์แบบ

โมเดลการระดมทรัพยากรเพื่อสังคมแบบบูรณาการ
ความมั่นคงและยั่งยืนของโครงการเรือธงทั้ง 3 โครงการ ไม่ได้เกิดจากการใช้งบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากกลยุทธ์การระดมทรัพยากรแบบมีส่วนร่วมภายใต้ร่มใหญ่ของยูโอบีฮาร์ทบีทที่บูรณาการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน กลไกหลักประการหนึ่งคือการระดมทุนผ่านกิจกรรมเดินวิ่งการกุศลประจำปีระดับภูมิภาค ซึ่งในปีพุทธศักราช 2568 สามารถระดมเม็ดเงินจากตลาดทั่วโลกได้มากกว่า 3.1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์เพื่อช่วยเหลือองค์กรการกุศล เฉพาะในประเทศไทยเพียงแห่งเดียว กิจกรรมนี้สามารถระดมทุนได้กว่า 2.3 ล้านบาท ซึ่งถูกนำไปจัดสรรโดยตรงให้แก่โครงการด้านการศึกษาและการลดช่องว่างทางดิจิทัล
นอกจากรูปแบบการระดมทุนทั่วไปแล้ว ยูโอบี ประเทศไทย ยังได้ริเริ่มนวัตกรรมการให้เงินทุนที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมผู้บริโภคในระบบเศรษฐกิจ ธนาคารเปิดโอกาสให้ลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตนำคะแนนสะสมมาแลกเป็นเงินบริจาคสมทบทุนโครงการดิจิทัล โดยมีกลไกเสนออัตราการแลกเปลี่ยนคะแนนแบบพิเศษเพื่อจูงใจ ขณะเดียวกัน พนักงานของธนาคารก็มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนผ่านกลไกจิตอาสา โดยได้อุทิศเวลาในฐานะอาสาสมัครรวมกันเกือบ 93,000 ชั่วโมงทั่วภูมิภาคเพื่อลงพื้นที่จัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะและให้ความรู้แก่เยาวชนในประเทศต่างๆ
บทสรุปเชิงโครงสร้างจากยุทธศาสตร์ทั้งหมดชี้ให้เห็นว่ากลุ่มธนาคารยูโอบีกำลังทำการพัฒนาทุนมนุษย์แบบไตรภาคีอย่างเป็นระบบ โครงการทั้ง 3 ทำหน้าที่มอบเครื่องมือผ่านเทคโนโลยี มอบเกราะป้องกันผ่านความรู้ทางการเงิน และมอบเข็มทิศผ่านจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การก้าวข้ามการทำซีเอสอาร์แบบดั้งเดิมไปสู่การสร้างสถาปัตยกรรมทางสังคมใหม่ของภูมิภาคอาเซียนนี้ ยูโอบีไม่เพียงแต่กำลังยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากร แต่ยังเป็นการติดอาวุธทางปัญญาที่จำเป็น เพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่กลายเป็นกำลังหลักในการนำพาประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก้าวสู่อนาคตที่มั่งคั่งและยั่งยืนอย่างถาวร
#UOBHeartbeat #ทักษะเยาวชน #เศรษฐกิจยั่งยืน #UOBMyDigitalSpace #UOBMoney101 #UOBWonderLab

